อภิมหากาพย์รายงานครั้งหนึ่งกับความทรงจำสุดแสนจะประทับใจกับละครเวทีเรื่องโจโจ้ซัง


Pages: [1]
  Print  
Author Topic: อภิมหากาพย์รายงานครั้งหนึ่งกับความทรงจำสุดแสนจะประทับใจกับละครเวทีเรื่องโจโจ้ซัง  (Read 324 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
sharkboy
Diamond Member
บ่าวพี่เลี้ยง
*****
Posts: 292



« on: September 01, 2008, 08:37:18 pm »

++++++++ อภิมหากาพย์รายงาน  ครั้งหนึ่งกับความทรงจำสุดแสนจะประทับใจกับละครเวทีเรื่อง...จีจ้าซัง!เอ้ยย!!โจโจ้ซังงงง..!! ส่วนที่หนึ่ง +++++++++

...อันความรัก มักชวนชักให้ใจรุ่มหลงระเริงง...

เปรียบดังเปลวเพลิงที่ได้จุนเจือเชื้อไฟ ไหม้ลาม...(เสียง Ringtone มือถือปลุกตอนเช้า...(555เมิงจะเกริ่นขึ้นมาเพื่อออ....))

วันนี้นับว่าเป็นวันที่ตื่นเต้นมากๆ เพราะว่ามันเป็นวันที่เค้าจิได้ไปดูโจโจ้ซังแล้ว!!(หลังจากรอคอยมานานในที่สุดมันก็มาถึง..วันที่31!!กรี๊ดดดดส์!!)

เมื่อตกเย็นผมก็เตรียมตัวแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คือแบบว่าไปดูละครเวทีคราวนี้ เพื่อเป็นเกรียติให้แก่คุณหนูคุณชายมากๆ เลยแต่งตัวแบบสุภาพๆไปดูกับเค้าสักกะวันเอิ๊กกกกส์!!

แล้วพอได้เวลา 6 โมงตรงเป๊ะ!!(คือบ้านอยู่ใกล้สถานที่มากๆๆๆ)ก็ออกจากบ้านเลยทันที

โดยด้วยความที่ว่าเราเป็นเซเล้บ(เกรด5กริซๆๆๆเอิ๊กส์!!ไฮโซวจริงๆคิคิ!...อะคิคิ!) ก็เลยมีรถมารับถึงบ้านเลย ซึ่งต้องขอยืนยันการันตีความเป็นเซเล้บจริงๆก่อนว่า... นอกจากที่รถคันนั้นจะมารับถึงบ้านแล้ว...

รถคันนั้นยิ่งใหญ่มากๆๆๆ(อย่าพึ่งเข้าใจผิดว่าเป็นรถกระบะนะ) คือแบบว่าใหญ่ประมาณตึก 1 ชั้นอะ!!(รถธรรมดายังได้แค่ครึ่งตึก1ชั้นโฮะว์ๆๆๆ)

ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากๆ แถมยังขับไปส่งถึงหน้าตึก M ฟรีอีก!!...เออะ...อืมมม...ที่บรรยายมาไม่ใช้ความฝัน!!และไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น!!....แต่มันคือ....!!

"รถเมล์ฟรี" นั่นเอง...!!อืมมมมม...!!นับเป็นความภาคภูมิใจมากกกก!!มีรถมาส่งถึงที่ แถมคันใหญ่เท่าตึก1ชั้น กรี๊ดดดดดดดดส์!!ไฮโซวโบว์แดงได้อีกตรูว!!

แล้วเผอิญว่าไอรถเมล์ฟรีคันนี้มันก็มีป้ายไปลงที่ด้านหน้าตึก M พอดีแบบเป๊ะๆด้วยดิ!!ยื่งการันตีความเป็นเซเล้บของเรามากขึ้น! กริซๆๆๆๆ!!

ระหว่างที่อยู่บนรถเราก็ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจตลอดว่าเราไฮโซวววโบว์แดงมั่กๆๆๆ  พอรถจอดที่หน้าตึก M ปุ๊ป เราก็ก้าวลงมาอย่างเชิ่ดดด!!สะบัดความไฮโซวววว เปร่งปรั่งออร่าสุดริดดดว่า เป็นไงล่ะรถกุหย่ายชิแมะ

ล่ะ!!(ยังมีหน้ามาภาคภูมิใจนั่งรถเมล์มาดูโจโจ้ซังอินี่ไฮโซวสุดๆ)

ทีนี้ก็เดินเข้าไปในตัวตึกชั้น 1 ก็เจอชาวหาสน์เลยทันที กำลังยืนเม้าส์กันตามภาษาคฤหาสน์(ซึ่งจริงๆปิดตาก็ยังรู้ว่าเป็นคฤหาสน์ชัวร์ๆ...เพราะเสียงดังแบบนี้มีแต่คฤหาสน์เท่านั้น สามารถสัมผัสได้ทางเสียง อะหุวๆๆ)

พอเห็นคฤหาสน์กำลังยืนเม้าส์กันปุ๊ปซ์!!เราก็เข้าไปทักทายทันที แล้วก็ได้สังเกตุเห็นว่าคฤหาสน์ของเรามีช่อดอกไม้มามอบให้กับคุณหนูเยอะมากๆๆ

แล้วสักพักผมก็ไปรับบัตร แล้วก็ยืนเวิ่นเว้อกับชาวหาสน์กันไปเรื่อยๆจนถึงเวลาเค้าเรียกเข้า เราก็เข้าไปเลยไม่รอช้า

ซึ่งบัตรที่ผมได้ก็อยู่แถว S ตอนนั้นก็ประมาณ 1 ทุ่มตรง ก็เลยนั่งเล่นเกมมือถือกดรอการแสดงเริ่ม ก็สังเกตุเห็นผู้ชายคนนึงเดินไปเดินมาอยู่ระหว่างทางเดินข้างๆ (เพราะผมนั่งอยู่ที่นั่ง 01 เลยมันติดกับบริเวณทางเดิน)

ก็เลยเอ๊ะั!!ทำไมพี่ผู้ชายคนนี้ถึงได้หน้าตาคุ้นๆมากๆๆๆๆคือแบบว่าใช่เลยยย ต้องรู้จักแน่ๆ แต่ด้วยความที่ว่าเคยทักคนผิดมาหลายคนแล้ว ตอนนี้เลยมิอาจจิมีหน้ามากล้าทักใครอีก กลัวจิต้องไปทำหน้าใหม่ เพราะหน้า

แตกระเอียดยิบชนิดต้องโปะปูนปาสเตอร์ใหม่หมดทั้งหน้า(เคยไปพูดอย่างงี้กะเพื่อน เพื่อนมันบอก เออะ..หน้าด้านๆอย่างเมิงแบบนี้ยังสามารถหน้าแตกได้อีกหรอ เราก็อูยยย....ไอนี่แรงงง)

ผมก็เลยนั่งเล่นเกมกดในมือถือต่อไปอย่างสนุกสนาน และสักพักเล่นมาถึงจุดจุดหนึ่ง ก็เลยรู้สึกว่า อืมมม...ละครเวทีจะเริ่มรึยังหว่า...แล้วคนเข้ามากันเยอะรึยังจะครบรึยัง(คิดว่าหลายท่านคงเคยมีความรู้สึกแบบนี้) และ

แน่นอนครับ ผมก็เลยลองหันไปดูที่นั่งแถบด้านหลังผมทั้งหมด เพื่อดูว่าคนเริ่มเข้ามากันใกล้จะหมดรึยัง... และแล้วว....

ก็เจอกับชาวหาสน์ท่านหนึ่งงง...ซึ่งนั่นก็คือออ...พี่จิ๊บนั่นเอง!!เอิ๊กกกกส์!!

ซึ่งตอนแรกบอกตรงๆว่างงว่าเรานั่งมาตั้งนานทำไมเพิ่งจะมาเหงวะ พี่จิ๊บก็เลยทันทักเรามาก่อนว่า อ้าววว!!ที นั่งตรงนี้หรอออ

แล้วทันใดนั้นผมก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่เคยกล่าวไว้ว่าคุ้นๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมต้องร้อง อ๋ออออ...ในใจขึ้นมาทันทีว่าเค้าคนนั้นคือ พี่แอร์ ซึ่งมาด้วยกันกับพี่จิ๊บนั่นเอง

แล้วก็เลยคุยกันด้วยคำไม่กี่ประโยค ก็เลยได้ข้อสรุปมาว่าที่นั่งของพี่แอร์นั้นอยู่ตรงแถว G ส่วนที่นั่งของพี่จิ๊บอยู่แถว T ด้วยความที่ว่าทีเป็นเด็กทีถูกปลูกฝังมาว่าควรจะเชื่อฟังผู้ใหญ่ จึงต้องรีบสลับเปลี่ยนที่นั่งระหว่างแถว

S ของทีกับแถว G ของพี่แอร์ที่อยู่ตรงแทบจะหน้าสุดเลยทันที!!(เยาวชนทั้งหลายควรที่จะดูชาวคฤหาสน์เป็นตัวอย่างนะครับ เสียสละมากๆ อุสส่ายอมแลกที่ตัวเองจากที่อยู่แถว S มานั่งแทนเค้าที่อยู่แถวหน้าสุดๆ กริ

ซซซซ!!เราก็ต้องไปโดยด่วนสิงิ!!)

จากนั้นผมก็มานั่งตรงแถว G ซึ่งได้ที่นั่ง 01 เหมือนเดิมโดยคนที่นั่งข้างๆทีคือ พี่แพน พี่มด พี่ฝน แถวหน้าทีก็คือพี่แอ้มส่วนข้างหลังทีก็คือ คุณอาหลาน นั่นเอง

ซึ่งพอมาถึงนั่งปุ๊ป ก็นั่งกริ๊วกร๊าววว ด้วยความตื่นเต้นเลย ว่าเรานั่งกับชาวหาสน์ เราจะได้กริซซซอย่างเต็มที่และ (ก่อนหน้านี้แถว S ด้วยกันคนที่นั่งข้างๆไม่ใช่คนคฤหาสน์เวลาทีกรี๊ดดด กลัวเค้าจิหูแตกเป็นลมเซี๊ยะก่อน)

พอได้เวลาปุ๊ป พวกเราก็ยืนทำความเคราพเพลงสรรเสริญพระบารมีกัน จากนั้นก็นั่งแล้วไฟในละครเวทีก็มืดหมด พร้อมกับฉากที่เปิดขึ้น มีเสียงบรรเลงเป็นเสียงฝนตก แล้วมีฟ้าผ่า ตู้มต้ามๆ ทำให้อดใจที่จะกริซซไม่

ได้(จริงๆไม่ได้จะกริซเพราะฟ้ามันผ่าหรอกนะ แต่จะกริซ เพราะว่ามันตื่นเต้นนนน ณ จุดจุดนี้มันไม่ไหวแล้วจริงๆจากก่ิอนหน้าไม่กี่นาทีที่จะเริ่มดับไฟในโรงละครก็ยังแอบบ่นๆอยู่ว่าปวดฉี่ แต่บอกได้คำเดียวว่า ณ จุดจุดนี้

อะไรก็ไหลย้อนกลับไปหมดแล้ววว(คิดดูเอาเองว่าอะไรในร่างกายไหลย้อนกลับไปบ้างใน ณ จุดจุดนั้น กริซซซ!!))

หลัีงจากที่มีเสียงฟ้าร้องฝนตกมีเอฟเฟคฟ้าผ่าอยู่นาน จากที่เคยดูตื่นเต้นเร้าใจ ตอนนี้กลับกลายมาเป็นเริ่มจะน่าเบื่อเสียแล้ว ว่าอิคนตัดฉาก มันจะสั่งให้มีฉากนี้ไปอีกนานมั้ย บับว่า...ตรูวจะดูนักแสดงโว่ยยย ม่ายช่ายยย

มาดูฟ้าผ่าอย่างเดียว อะ..ว่าแล้วก็ เปรี้ยง! เปรี้ยง!

จากนั้นฉากก็เริ่มต้นขึ้นมาที่วัยสะรุ่น 3 โคนนนน มีคุณชาย พี่ตุ้ย และก็แจ๊ค โดยทั้ง 3 คนได้ตัดสินใจจะเข้าไปหลบฝนในร้านผับที่ชื่อ Butterfly พอเข้าไปปร๊วบบบซ์ ก็เป็นฉากที่คนในผับกำลังด๊านนนซ์(Dance)กัน

กระจาย โคโยตี้รูดกันซะ เสาในผับจะหักกันเลยทีเดียว แถมที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุด คงไม่ใช่อะไรไปนอกจาก เสาที่โคโยตี้ในผับกำลังรูดอยู่ มันเคลื่อนที่ได้ โอ้ววว!!...มันเริ่ดมากกกก อยากเต้นบนเสาเคลื่อนที่แบบ

ได้มั่งจัง...เอ้ยยย!!ไม่จ้ายยและ เริ่มจะเพ้อเจ้อไปกันใหญ่ เอิ๊กกส์

แล้วพวกคุณชาย แจ๊ค และเพ่ตุ้ย ต่างก็กำลังแด๊นซ์เต้นกันกระจายด้วยความเมามัน ซึ่งบทที่คุณชายเล่นดูเหมือนจะเป็นพวกแนว Playboyๆ มีช๊อตเล่นกับแดนเซอร์เยอะด้วย

ส่วนเพลงที่ประกอบฉากนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากๆ เนื้อเพลงมันไม่มีอะไรเลยทั้งเพลงแค่เป็นเสียงแอ๊บแบ๊วๆร้องว่า คาวาอิ๊!! โออิชิ๊!! แล้วก็อะไรไม่รู้สักอย่างแต่ลงท้ายด้วยคำว่า เดสก๊ะ!! ทั้งเพลงของฉากนี้มีแค่ 3 คำนี้

จริงๆพอจบเพลงแทบจะร้องตามมันได้ไปแล้ว

และนอกจากนั้นแล้วสเน่ห์ของฉากนี้ก็คือมีเด็กเสริฟเป็น พี่โจ้!! พี่ต้า!! แล้วก็อิตี๋!!

โอ...พระเจ้าาา ผับนี้เข้ามาแล้วยากที่จะออกยิ่งนัก(ถ้าเปรียบกับสถานการณ์จริงๆในตอนนั้น คนดูแทบจะไม่อยากให้มีการเปลี่ยนฉากเกิดขึ้น)

แล้วที่แทบจิเป็นลมยิ่งกว่าคือ อิตี๋ใส่เสื้่อแบบว่าแขนกุด เห็นท่อนแขนอันใหญ่โตและโอโม่มากๆๆทั้ง 2 ข้าง ทำให้คนดูอดใจไม่ได้ที่จะเผลอฝ่าฝืนกฎหยิบกล้องมือถือขึ้นมาถ่ายเป็นบุญของเลนส์กล้องจริงๆ กริซซซ!!

ทีนี้ในผับก็เต้นๆกันไปสักพัก(โอ้วว....ไม่อยากจิเชื่อนี่มันยังไม่จบฉากแรกอีกเหรอเนี่ย กร๊ากกกส์...เอาเป็นว่าจะเล่าแค่เฉพาะฉากที่พอจะบรรยายได้คร่าวๆเท่านั้นนะครับ อิอิ) อยู่ดีๆก็มีตัวละครในเรื่องโจโจ้ซังที่ชื่อว่า

โกโ่ร่ซึ่งแสดงโดยอ๊อฟAF2 ใส่วิกผมสีขาว ยาวมากๆ(คืออาจจะสามารถพันคอตัวเองตายได้ถ้าตอนกลางคืนชอบนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบ่อยๆ)

เดินมาหลังค่อมเชียวออกมาโวยวาย ที่ว่าคนสมัยนี้ทำไมเอาตัวละครโจโจ้ซังที่สวยสง่างดงามมาเต้นกันแบบนี้(เพราะตอนนั้นพี่ท๊อปซึ่งเป็นเจ้าของร้านผับญี่ปุ่น ได้สั่งให้มีการแสดงโชว์โจโจ้ซังมาเต้นให้คนในผับได้ดู)

แล้วโกโร่ก็ได้ตกใจที่เห็นพี่ตุ้ยอยู่ในผับ แล้วก็เอะอะว่าพี่ตุ้ยเป็นคุณพิงเคอร์ตันใช่มั้ย(คือตอนแรกฉากนี้เปิดขึ้นมาได้ขัดใจทีมากๆ ว่าทำไมมันทำมาแปลกๆวะ แต่ก็คือสรุปง่ายๆก็คืออิโกโร่มันล่องลอยมาแบบงงๆ

มา100ปีจนถึงยุคปัจจุบันนั่นเอง)

ที่โกโร่แปลกใจเพราะว่าพี่ตุ้ยหน้าตาเหมือนคุณพิงเคอร์ตันมากๆ(ซึ่งจริงๆมันก็คือคนเดียวกันแหละ แต่ตายมาเกิดใหม่ แปล๊กกกแปลกทำไมถึงได้หน้าตาเหมือนกันได้เซี๊ยะขนาดนี้ เอิ๊กกกส์)

ทีนี้ก็ประมาณว่าโกโร่ก็เล่าเรื่องว่าเรื่องราวของโจโจ้ซังมีมาแล้วกว่า 100 ปี ถ้าอยากรู้มีดเล่มนี้จะเป็นตัวที่ทำให้เจ้ารู้เรื่องทั้งหมดเอง อะคิคิคิๆๆๆ แล้วก็หายไป

พอพี่ตุ้ยชักมีดออกมาปุ๊ป(เออ...ดีนะไม่ชักดาบ เอ้อออ!) ก็เลยเปิดเรื่องราวของโจโจ้ซังขึ้น

ซึ่งก็เต็มไปด้วยฉากต่างๆของเกอิชากับชาวบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งสดใสน่ารัก และเฮฮาบ้าบอ ซึ่งทำให้เราฮากันได้ตลอดเวลา ซึ่งโดยเฉพาะบรูน่ารู้สึกว่าชีจะได้ซีนเยอะมากกกอย่างไม่คาดคิด ต้องบอกเลยว่าชีตีบทแตก

และคนดูก็นั่งฮาแตกกับการแสดงของเธอจริงๆฮาเริ่ดมากก

ซึ่งเกอิชาคร่าวๆในหมู่บ้านที่เป็นตัวละครของเอเอฟก็มี แคท ซาร่า อิ๋งอิ๋ง แล้วก็ บรูน่า ปุยฝ้าย แล้วก็พี่อิมอชิตะ

เรื่องราวก็เฮฮาสนุกสนานมากก ส่วนพอมาถึงฉากเปิดตัวโจโจ้ซัง ทำเอาซะตะลึงกันเลยทีเดียว เพราะว่าคุณหนูสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นฉากที่คุณหนูกำลังระบำกับร่ม แล้วก็ร้องเพลงไปด้วย ไพเราะและดูงด

งามมากๆๆ

นอกจากนี้ที่น่าประทับใจที่สุดก็คือคุณหนูวางเสียงเลือกใ้ช้เสียงหรือทำเสียงได้ดีมากๆ คือถ้าใครนึกเสียงไม่ออกว่าคุณหนูใช้เสียงยังไงในการรับบทเป็นโจโจ้ซังนั้น ให้นึกถึงตอนเราดูการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างเช่น โดราเอมอน

อาราเร่ หรือว่าดูหนังญี่ปุ่นพากย์ไทย คือเสียงแบบนั้นเลยเป๊ะๆ ทำเสียงได้แบบว่าทำให้คนดูหลงเข้าไำปถึงอารมณ์แห่งความที่ว่าเรากำลังดูอะไรที่มันเป็นญี่ปุ่นมากๆๆๆๆๆ
« Last Edit: September 01, 2008, 08:55:27 pm by sharkboy » Logged
sharkboy
Diamond Member
บ่าวพี่เลี้ยง
*****
Posts: 292



« Reply #1 on: September 01, 2008, 08:37:49 pm »

---------------(ส่วนที่สอง)โหมดเข้าสู้เนื้อเรื่อง(สำหรับคนอยากระลึกฉากทั้งหมด)---------------[/u]

เรื่องราวคร่าวๆต่อจากนี้ก็ประมาณว่าพิงเคอร์ตัน(พี่ตุ้ย)หวังว่าจะเอาชนะใจโจโจ้ซังให้ได้ เพราะว่าโจโจ้ซังได้รับการกล่าวขาลมากว่า ไม่ว่าจะเป็นเงินทองหรืออะไร ก็ไม่สามารถเอาชนะใจเธอได้ ยังไม่เคยมีใครสามารถ

เอาชนะใจเธอได้เลย พิงเคอร์ตันซึ่งเป็นทหารอเมริกันที่นั่งเรือมาที่ประเทศญี่ปุ่น เลยยิ่งเหมือนจะเอาชนะใจโจโจ้ซังให้ได้

โดยเห็นว่าความรักเป็นแค่เกมเท่านั้น จากนั้นก็เลยวางแผนเอาชนะใจโจโจ้ซังด้วยการวางแผนที่จะไปพบกับโจโจ้ซัีงทุกวัน ๆๆค่อยๆกล่อม จนถระทั่งไม่ไปหาทำให้เธอรู้สึกว่าขาดพิงเคอร์ตันแล้วรู้สึกใจโดดเดี่ยว

แล้วขณะเดียวกันเจ้าชายยามาโดริซึ่งแสดงเป็นพี่น๊าททท(กรี๊ดดดดดดดดดดส์!!พี่น๊าทททท!!)

ซึ่งส่วนนี้ต้องยอมรับเลยจริงๆว่าพี่นัทหล่อมากๆๆๆๆๆๆ แล้วเป็นคนที่เล่นเป็นบทเจ้าชายยามาโดริแล้วเหมาะสมเท่สรวดดด

ดูมีรัศมีออร่าอำนาจแพร่กระจายยมากกกๆคือแบบว่าออกมาทีคนดูน้ำลายหกกันหมด(หกเพราะอ้าปากอึ้งนะว่าพี่นัทเค้าแสดงเก่งจริงๆ เอิ๊กกกส์)

ต้องยอมรับเลยจริงๆว่าดูมาทุกฉากที่พี่นัทแสดง พี่นัทแสดงเก่งมากๆๆๆสามารถเรียกน้ำตาจากคนดูได้อย่างล้นหลาม(ซึ่งบางคนถึงกับระเบิดน้ำตาร้องไห้ออกมาพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้นอันดังออกมาลั่น M เธียเตอร์

เลยทีเดียว กร๊ากกกส์!!)

เจ้าชายยามาโดรินั้นรักโจโจ้ซังมั่กๆ แล้วมันก็จะมีวันนึงซึ่งเป็นขนมธรรมเนียมประเพณีของเกอิชาในสมัยนั้นก็คือ วันประมูล ซึ่งก็คือจะมีการเปิดให้มีการประมูลเกอิชา โดยเจ้าชายยามาโดริ ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้

กันมากๆว่าเจ้าชายยามาโดรินั้นจะมาร่วมการประมูลด้วย เพื่อที่จะมาปามูล...เอ้ยยยยย!! ประมูล...โจโจ้ซัง เลยไม่มีใครหน้าไหนกล้าที่จะมาร่วมประมูลโจโจ้ซังแข่งกับเจ้าชายยามาโดริด้วย

พอถึงวันประมูลจริง ปรากฎว่ามีพิงเคอร์ตันเข้ามาร่วมประมูลด้วย โดยทรัพย์สินที่เจ้าชายยามาโดริเสนอให้โจโจ้ซังนั้นคือ แหวนเพชรประจำตระกูล ส่วนของพิงเคอร์ตันก็คือที่ปักผมผีเสื้อธรรมด๊าาา ธรรมดาาา พี่ต้าซึ่ง

แสดงเ้ป็นบทองค์รักษ์ของเจ้าชายยามาโดริจึงมีอาจยอมได้

ถึงกะขนาดจะเข้าไปทำร้ายพิงเคอร์ตันเลยทีเดียว ว่ากล้าดียังไงเอาที่ปักผมผีเสื้อธรรมด๊าาาา ธรรมดาาา มาประมูลกับของล้ำค่าอย่างเพชรประจำตระกูล เจ้าดูถูกมากๆ!!ชิห์!!เช๊อะะะ!!(ทำหน้างอลๆนิดส์ๆ)

แต่สุดท้ายโจโจ้ซังก็เลือกที่ปักผมผีเสื้อของพิงเคอร์ตัน เพราะว่าตนนั้นหลงรักพิงเคอร์ตันไปซะแล้ว กริซซซ!!(แล้วตรูวจะกริซซเพื่ออ...)

การตัดสินใจของโจโจ้ซังในครั้งนั้น ทำให้เจ้าชายยามาโดริผิดหวังและ sad เป็นอย่างมาก นอกจากนี้โจโจ้ซังยังทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านและเกอิชาทั้งหลายด้วยกันผิดหวังเป็นมากๆ

โดยเฉพาะเกอิชะที่แสดงโดยพี่อิม อชิตะ ถึงกระทั่งแย้งขึ้นมาทีเดียวว่า โง่!!เป็นชั้นชั้นเลือกทั้ง 2 คนไปนานแล้วผู้ชายทั้งโลกจะได้เป็นของช้านน!!กรี๊ดดดดส์!!

โอ้!!พระเจ้าาาาาา พี่อิม ทำไมเธอถึงได้มีวาทาที่เด็ดได้ถึงขนาดนี้ ถูกใจ เข้าคอนเซป อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ของเจ๊ทา เป็นเท่สรวดดดด!!ถูกใจชาวประชาและคนดูยิ่งนัก กริซซซๆๆๆ!!

จากนั้นโจโจ้ซังก็ได้ไปทำการเปลี่ยนศาสนา ทำให้ชาวบ้านที่เป็นคนญี่ปุ่นบุกเข้ามารุมทำร้าย แถมร้องเพลงอะไรม่ายยู้ววว รู้แต่ว่าทั้งเพลงมีแต่คำว่า คนทรยศ คนทรยศ คนทรยศ (ออกเสียงรัวๆและรวดเร็วมากๆทั้ง

เพลงมีแต่คำนี้ ทำนองเพลงฮึกเหิมมากกๆๆ)

แล้วพิงเคอร์ตันก็มาเจอ ก็เลยซึ้งใจโจโจ้ซังว่าเธอยอมทำเพื่อรักได้ขนาดนี้เลยหรอ แล้วพิงเคอร์ตันก็เลยจากที่มองว่าึความรักเป็นแค่เกมเฉยๆก็เลยมาพบว่าโจโจ้ซังเป็นรักจริงๆ ก็เลยเริ่มรักโจโจ้ซังเข้าจริงจริง

แล้วที่สำคัญคือมีฉากนึงที่เจ้าชายยามาโดริมาเยือนหมู่บ้าน แล้วตรงมุมซ้ายสุดของฉากก็เป็นบ้านของโจโจ้ซัง แล้วก็เห็นเป็นเงาของโจโจ้ซังกับพิงเคอร์ตันอยู่ในบ้านกำลังลัลล้ากันอยู่ด้วย กริซซซ!!

แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เจ้าชายยามาโดริได้จัดให้มีการแสดงในราชวังเ้กิดขึ้น โดยเป็นการระบำใส่หน้ากากของญี่ปุ่น โดยมีนักแสดง 2 คนกำลังระบำกัน

แล้วอยู่ดีๆไฟก็ดับ ปั้ง!!(รู้สึกว่าคนข้างๆดูท่าทางจะตกใจมากกก ถึงขนาดเผลอหลุดตะโกนออกมาชุดหย่ายเลยทีเดียว กร๊ากกกส์)แล้วก็ปรากฎว่านักแสดงทั้ง 2 คนนั้นเป็นนินจาจะมาลอบทำร้ายเจ้าชายยามาโดริ

โดยทั้ง 2 คนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่โจ้ กับ ตี๋ นั่นเองงง กรี๊ดดดดดดส์!!

ตอนนั้นตื่นเต้นเชียร์อิตี๋สุดริดดดด อิตี๋สู้วๆๆ จากนั้นพี่ต้าซึ่งเป็นองค์รักษ์ของเจ้าชายยามาโดริ ก็มาปราบนินจาทั้ง 2 ตัว

ทำให้คนดูเริ่มเปลี่ยนใจ กลับมาเชียร์ทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อความเท่าเทียมกัน(ไำม่ค่อยเล้ยยยย5555+)

หลังจากที่จับตัวนินจาทั้ง2ตัวได้ก็เลยขู่ถามว่าใครเป็นคนจ้างทั้ง 2 คนมาก็ไม่มีใครยอมตอบ พอได้โอกาสอิตี๋ก็ฮาราคีรีตัวเองตายทิ้งไำปเลย(ณ จุดจุดนั้น คนดูเริ่มนั่งตัวสั่นเทิม sad มากๆแบบว่าอิตี๋ช้านอุสส่าซื้อบัตรมาดู

แกรร แกรรออกมาแค่นี้เองเหรอ เฮอๆๆๆโฮวๆๆๆ อะไรแบบนี้)

ส่วนพี่โจ้ก็ใช้วิชานินจาอะโจ้ว!!อะจ้าาาา!! ชะแว้บหายตัวไปจากบนเวทีอย่างปริสซ์สะหน๋าาาา

แต่ก็ได้ทิ้งหลักฐานสำคัญเอาไว้ ซึ่งนั่นก็คือปืนทองของพวกทหารอเมริกันนั่นเอง ซึ่งพวกทหารอเมริกันก็ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นฝ่ายทำแน่นอน น่าจะเป็นพวกปัญหาทางการเมืองภายในญี่ปุ่นมากกว่า

พี่นัทก็เลยโชว์แมน บอกว่าเราจะไม่ตัดสินว่าใครเป็นคนผิดทั้งสิ้น จนกว่าเราจะสืบหาความจริงได้ กริซซซซซซซ!!เท่มั่่กกกกมากกกก!!

จากนั้นพิงเคอร์ตันก็ถามโจโจ้ซังว่า จะเชื่อไม๊ว่าพี่ไม่ได้เป็นคนทำจริงๆ โจโจ้ซังก็บอกว่า ไม่เคยมีเรื่องไหนที่ไม่เชื่อพี่! กริซๆๆๆๆๆๆ!!

จากนั้นพิงเคอร์ตันก็ได้โดนคำสั่งกลับไปประเทศอเมริกา เพื่อหลบหนีปัญหาการเมืองที่ญี่ปุ่น เพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเอง

พิงเคอร์ตันจึงไป และก็เป็นฉากที่ทั้งคู่สัญญากันว่าจะกลับมาเจอกันอีก พอพิงเคอร์ตันไป โจโจ้ซังก็พูดว่า เมื่อพีกลับมา ชั้นจะบอกข่าวดีกลับพี่ อะไรประมา๊ณนี้ แล้วข่าวดีที่ว่านั่นก็คืิอ โจโจ้ซังมีลูกด้วยกันกับพิงเคอร์ตัน

ลูกก็ชื่อว่า sorrow ที่แปลว่าความโศรกเศร้านั่นเอง โจโจ้ซังก็ต้องใช้ชีวิตเลี้ยงลูกอยู่ต่อไปเพื่อรอคอยพิงเคอร์ตันกลับมาเป็นเวลานาน 3 ปี โดนชาวบ้านรังเกรียจ รุมทำร้ายมาโดยตลอด เงินก็เริ่มมีไม่พอจะใช้ ก็เลยต้อง

เริ่มขายทรัพย์สินในบ้านออกไปทีละชิ้นๆ เพื่อที่จะยังชีพและเลี้ยงลูกอยู่ต่อไปได้(พูดแล้วก็ซึ้ง+ประทับใจ)

ส่วนโกโร่(พี่อ๊ิอฟAF2)ก็มาก่อกวนโจโจ้ซัง ว่าสิ่งที่โจโจ้ซังกำลังทำอยู่ เป็นการรอคอยที่ปล่าวประโยชน์ โจโจ้ซังจึงสาปแช่งด้วยมีดว่าขอให้โกโร่มีแต่ความเจ็บปวดทรมาน จนกว่าจะรู้จักถึงคำว่ารักจริง

ส่วนทางฝั่งอเมริกาพิงเคอร์ตันก็มีภรรยาใหม่ชื่อเคท แล้วก็ได้รับการเปลี่ยนยศเป็นยศชั้นสูงมากๆๆมีอำนาจมีเงินทองอย่างสุดริด

แต่เคทมีลูกให้พิงเคอร์ตันไม่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องกลับมาที่ญี่ปุ่นเพื่อที่จะเอา sorrow ลูกชายของโจโจ้ซังกลับไปเลี้ยงแทนที่อเมริกา

พอกลับมาปุ๊ปปซ์!!ฉากนี้แอบมีมุข"นอกบท" ซึ่งแอบเพิ่มเติมเสริมแต่งขึ้นมาเอง ....คือว่าพิงเคอร์ตันกลับมาพร้อมกับภรรยาใหม่เคท ซึ่งทำให้บรรดาเกอิชาทั้งหลายเกิด สงสารโจโจ้ซังมากๆ พร้อมกับอึ้งกับการกระทำ

ของพิงเคอร์ตัน แล้วพอพิงเคอร์ตันได้รู้ว่า

โจโจ้ซังได้รอคอยตนมานานถึง 3 ปีจึงไม่กล้ามีหน้าไปเจอโจโจ้ซัง เลยตัดสินใจจะกลับไปที่อเมริกา ส่วนเคทนั้นไม่ยอม เพราะว่าตนเองมีลูกไม่ได้ ยังไงก็ต้องเอา sorrow กลับไปเลี้ยงดูที่อเมริกาด้วยให้ได้(ซึ่งโจโจ้ซัง

ได้กล่าวไว้ว่าที่ตั้งลูกชื่อว่า sorrow ที่หมายถึงความโศรกเศร้านั้นเป็นเพราะว่าเป็นความรู้สึกที่พิงเคอร์ตันไม่ได้อยู่นั่นเอง และก็รอคอยพิงเคอร์ตันเพื่อให้กลับมาเปลี่ยนชื่อลูก ให้มีความสุข)

ซึ่งปุยฝ้ายได้แอบพูดกัดด้วยเรียกเสียงฮาได้มากๆ เพราะเนื่องมาจากคำพูดที่ตุ้ยได้บอกไว้ว่า จะกลับอเมริกา

ปุยฝ้ายก็เลยบอกว่า "จะัไปทำไม??จะกลับไปเอามาอีกคนเร้อออออออออออออ" แล้วทำเสียงได้ฮามากๆครับขอบอก เอิ๊กกกส์

จากนั้นในเมื่อพิงเคอร์ตันเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าไปเจอหน้าโจโจ้ซัง เคทจึงออกโรงลุยเองเลย ก็เดินมาที่หน้าบ้านโจโจ้ซังด้วยความเริ่ดเชิ่ดมากกก

โจโจ้ซังกับsorrowที่รอคอยการกลับมาของพ่อด้วยความดีใจนั้น พอได้เห็นเคทกลับมา เคทก็ได้บอกว่าเป็นภรรยาใหม่ของคุณพิงเคอร์ตัน ทั้งสองก็เลยพูดประชันกันเป็นบทเพลง ซึ่งมีการรับเสียงปล่อยเสียง ให้กันได้

อย่างดีและลงตัวมากๆ สุดท้่ายเคทก็เลยพูดดีๆด้วยพูดกับโจโจ้ซัง อธิบายถึงสิ่งที่ดีกว่าที่ลูกของโจโจ้ซังควรที่จะได้รับมากกว่าที่จะมาทนลำบากในตอนนี้

แล้วสุดท้ายเคทก็ไป แต่เดินได้ไปถึงตรงสะพาน โจโจ้ซังก็เลยบอกเคทว่า อีก 1 ชั่วโมง บอกให้พ่อเค้า(พิงเคอร์ตัน) มารับลูกไปได้ที่นี่ เคทจึงดีใจมากกล่าวขอบคุณ และกลับไปบอกพิงเคอร์ตัน

จากนั้นโจโจ้ซังก็กลับเข้าไปในบ้าน เตรียมตัวเพื่อที่จะฮาราคีรีตัวเอง ก็หยิบมีดขึ้นมาแล้วพูดว่า ยอมตายอย่างมีเกีรยติ ดีกว่าอยู่ต่อไปอย่างไร้เกียรติ ตั้งท่าที่จะฮาราคีรีแล้ว จากนั้นซาซากิ(ซาร่าAF3)ได้มาเห็น จึงรีบวิ่ง

เข้าไปห้าม พร้อมรีบคว้ามีดแย่งมาจากมือโจโจ้ซัง

แล้วเดินออกมาที่พื้นสนามหน้าบ้านของโจโจ้ซัง ทำหน้าทำตาแบบรับมิได้ ทำใจมิได้มากๆ หน้าม่นมากๆ แล้วโจโจ้ซัง ก็บอกประมาณว่าอย่ามาห้ามชั้นเลย อะไำรแบบนี้ คือสุดท้ายก็จะฮาราคีรีตัวเองให้ได้ แล้วโจโจ้ซังก็

บอกซาซากิว่า ดีใจมากที่มีซาซากิเป็นเพื่อนสนิท ซาซากิก็บอกว่าถ้าเธอยังเห็นชั้นว่าชั้นยังเป็นเพื่อนเธออยู่ ก็ขอเหอะะ อย่าเลยย (ณ จุดจุดนี้ ผมเริ่มน้ำตาแตกแล้ว คือแบบว่ายอมรับเลยจริงๆ ว่าซาร่าเล่นได้เก่งมากๆๆๆ

ระหว่างที่เธอพูดคำนี้ เธอก็ร้องไห้ออกมาได้เองแล้ว ตีบทแตก แล้วแสดงได้เข้าถึงอารมณ์มากๆจริงๆ)

โจโจ้ัซังก็พูดกับซาซากิประมาณว่า ก่อนจะจากกัน ขอหน่อยได้มั้ย ขอให้ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ เหมือนกับที่เคยยิ้มให้กับชั้นทุกวันได้มั้ย(ตอนนี้ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม)

จากนั้นเจ้าsorrowตัวน้อยก็วิ่งเข้ามาพอดี แล้วก็บอกกับโจโจ้ซังว่ามดกัด โจโจ้ซังเลยปลอบโยนลูกบอกว่า ไม่เป็นไรนะลูก แผลมันไกลหัวใจมาก โซโร่ต้องเข้มแข็งนะลูก จำเอาไว้นะลูก แผลมันไกลหัวใจมากๆ(ณ จุด

จุดนี้ผมเริ่มสะอื้นเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วเริ่มใกล้จะร้องไห้เหมือนผีบ้าเข้าไปทุกที)

แล้วโจโจ้ซังก็ถามโซโร่ว่า ลูกอยากเล่นซ่อนหามั้ย โซโร่ก็บอกว่า อยากกกก

ไปหยิบผ้ามาสิจ้ะ แล้วเดี๋ยวเรามาเล่นซ่อนหากัน โซโร่ตัวน้อยก็เลยไปหยิบผ้ามา แล้วโจโจ้ซังก็พันผ้าปิดตาโซโร่ไว้ แล้วก็บอกกับโซโร่ว่า ถ้าเกิดหาแม่ไม่เจอให้ถามป้า(ซาซากิ)นะลูกว่าแม่อยู่ไหน

นับ1-10นะลูก ว่าแล้วโจโจ้ซังก็เดินเ้ข้าไปในบ้านแล้วปิดประตู เห็นแต่เงาท่ามกลางแสงในบ้านที่ฉายออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวตามร่างของโจโจ้ซังอยู่บนประตู

โจโจ้ซังก็เริ่มระบำฮาราคีรีในระว่างที่โซโร่ลูกน้อยของโจโจ้ซังนับ 1-10 (กร๊ากกกกส์!!ที่ต้องเรียกว่าระบำเพราะว่าท่วงท่ามันเยอะมากก แต่ขอบอกก่อนเลยว่าเค้าชอบท่าฮาราคีรีของคุณหนูมากๆสวยมากๆๆๆๆชอบ

มากๆๆเริ่ดมากๆๆๆ)

พอนับถึง 10 ปุ๊ป โจโจ้ซังก็ฮาราคีรีตัวเองสำเร็จ แล้วล้มลงไปนอนกับพื้น พิงเคอร์ตันก็วิ่งเ้ข้ามา แต่ไม่ทันการณ์ โจโจ้ซังก็ไปเสียแล้ว...

.............. กลับมาที่ยุคปัจจุบันเป็นฉากที่ทุกคนเ้ข้าใจถึงเรื่องความเป็นมาของโจโจ้ซังเมื่อ 100 ปีก่อนแล้วและก็เป็นภาพที่คุณชายกับแจ๊คเดินลงลิฟต์ไป เหลือพี่ตุ้ยคนเดียวในผับ

และสักพักประตูลิฟต์ก็เปิด เป็นคุณหนูเดินออกมาจากลิฟต์ใส่ชุดสีดำกับหมวกที่ระยิบระยับสวยงามมากๆๆ

ขอบอกเลยว่าคุณหนูสวยอึ้งมากๆๆๆๆๆๆ คุณหนูเดินเข้ามาในผับ และชนกับตุ้ย คุณหนูบอกขอโทษค่ะ แล้วก็เดินผ่านไป สักพักทั้งคู่ก็หยุด พี่ตุ้ยก็หันไป แล้วก็บอกว่า เอ่อ...ขอโทษนะครับเราเคยเจอกันที่ไหนรึปล่าว...

และคุณหนูก็เดินมาหาพี่ตุ้ย แล้วทั้งคู่ก็ยืนจับมือและมองตากันอย่างสง่า

จบ!!......แค่เนื้อเรื่อง.....แต่ความเวิ่นเว้อยังไม่จบบบบ!!
« Last Edit: September 01, 2008, 08:41:13 pm by sharkboy » Logged
sharkboy
Diamond Member
บ่าวพี่เลี้ยง
*****
Posts: 292



« Reply #2 on: September 01, 2008, 08:38:22 pm »

++++++++ อภิมหากาพย์รายงาน  ครั้งหนึ่งกับความทรงจำสุดแสนจะประทับใจกับละครเวทีเรื่อง...จีจ้าซัง!เอ้ยย!!โจโจ้ซังงงง..!! ส่วนที่สาม +++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
รวมๆแล้วนอกเหนือจากคุณหนูคุณชาย แอบประทับใจ พี่นัท กับ ซาร่า เป็นพิเศษมากๆ ต้องบอกเลยจริงๆว่าสองคนนี้แสดงได้เจ๋งสุดๆตีบทแตก เข้าถึงอารมณ์มากๆ เล่นซะอึ้งกันเลยทีเดียว ส่วนคุณหนูก็เจ๋งสุดๆๆๆ ทั้ง

เรื่องการใช้เสียงที่ฟังแล้วมีความรู้สึกกลมกล่ิอมในเนื้อเสียงแห่งความเป็นญี่ปุ่นจริงๆส่วนเรื่องการร้อง
ไม่ต้องพูดถึงแจ่มสุดๆส่วน Acting ของคุณหนู ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ใครคิด หากไม่มองด้วยความอคติจนมากเกินไป ขอบอกว่าแหล่มมากๆจริงๆ

ส่วนคุณชายก็เล่นบท Playboy ได้แบบไม่ต้อง Acting เลยทีเดียว คนดูก็สามารถรู้ได้เลย ว่าบทนี้งานถนัดคุณชายสุดๆ เอิ๊กกกกส์!!

ส่วนเนื้อเรื่องของละครเวทีโจโจ้ซังนั้น ก็ไม่ได้ทำออกมาให้ดูเครียดมาก
เพราะว่ามีการสอดแทรกมุขตลกอยู่ตลอดเวลา ทำให้บางช๊อตที่ว่าจะเครียดและ ก็ต้องระเบิดขำออกมาจนได้ ฮาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากโหวตออกของบ้าน เกอิชา Academy ซึ่งเกอิชาที่โดนโหวตออก ก็ชี้หน้าไปที่คนดู

ข้างล่าง แล้วก็ตะโกนว่า ทำไมไม่ช่วยกันโหวตช้านน มัวแต่โหวตพี่ตุ้ยกันล่ะสิ!! คนดูถึงกับอดที่จะระเบิดขำออกมาไม่ได้เลยจริงๆ กร๊ากกกส์

ปล.แอบกริซซซเหมือนกันอยู่ฉากนึงตอนฉากที่เจ้าชายยามาโดริ(พี่น๊าทคุกเข่าให้โจโจ้ซังผู้อันเป็นที่รัก)
ซึ้งมากๆๆๆต่อมน้ำตาแตกพรากๆกันเลยทีเดียวอิอิ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ต่อไปจิเป็นการเวิ่นเว้อส่วนตัวล้วนๆๆ!!(อาจจิเวิ่นเว้อแบบมึนๆไปบ้างเพราะว่าพิมพ์เนื้อเรื่องไปเยอะมากๆจริงๆเอิ๊กกส์!!)

หลังจากที่ละครเวทีเรื่องโจโจ้ซังจบ ด้วยความประทับใจมากๆ(บอกตรงๆว่าไม่ชอบการขึ้นเนื้อเรื่องแบบนี้ แต่ว่าฉากจบเป็นฉากเดียวกัน แต่ทำให้รู้สึกประทับใจมากๆ ใครอาจจะฟังอาจจะอ่านดูตอนจบแล้วดูน้ำเน่า แต่

ถ้าไปดูจริงๆในละครเวที จะสื่อออกมาได้ดีมากๆ จนประทับใจเกินคาดจริงๆ)

เเหล่านักแสดงทั้งหลายก็ต่างยินดีปรีดา มีความสุขลัลล้ากันสุดริด นักแสดงหลายๆคนถึงกับน้ำตาไหลเลยทีเดียว ที่ได้ทำภารกิจสำเร็จบรรลุเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว และก็มีการให้ตัวละครเดินออกมาโชว์ตัวหน้าสุดของบน

เวทีแล้วก็มีการตบมือและกรี๊ดดดให้กับนักแสดง

ซึ่งซาร่าดูท่าทางชีจะปลดปล่อยจัดจริงๆ เพราะว่าชีเล่นเต้นบนเวทีด้วยท่าที่บ้ามากๆ คือคงไม่มีใครคิดว่าคนสวยๆจะเต้นออกมาได้บ้าขนาดนี้ ฮามากๆๆ

เลยกรี๊ดและตบมือห้ซาร่าไปชุดหย่ายเลยทีเดียว ส่วนตอนที่คุณหนูกะัคุณชายออกมาโชว์ตัว หาสน์เราเหมือนจะเก้บกรดจัด(บางส่วนเชื่อว่าทนไม่ไหวกรี๊ดดดแตกไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉากปิดไปได้แค่ครึ่งผ้าม่านแล้ว)

เลยระเบิดกรี๊ดดดดให้คุณหนูกับคุณชายกันชุดหย่ายยยเลยทีเดียว

หลังจากที่นักแสดงทั้งหมดออกมายืนโชว์ตัวกันหมดแล้ว(อ้อ...!!เผอิญว่ารอบนี้เป็นรอบสุดท้ายแล้วของโจโจ้ซังครับ ก็เลยมีนักแสดงจากชุดมิ้นท์-ว่านทั้งหมดมาร่วมโชว์ตัวบนเวทีด้วย นับว่ารอบนี้คุ้มมากๆเหมือนยิงนัด

เดียวได้นก 2 ฝูงเต็มๆ เอิ๊กกกส์!!)

ก็มีการชุลมุนบนเวที เพราะนักแสดงต่างก็เม้าส์กันและกอดยินดีถึงความประสปความสำเร็จ(ซึ่งนับถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากๆเลยจริงๆ)

ซึ่งแน่นอนว่าพอถึงตาที่คุณชายได้กอดกับคุณหนูบนเวที อิหาสน์บ้านเราต่างก็เล่นกรี๊ดดดกันซะอย่างเสียสติเลยทีเดียว

แต่บางส่วนก็ไม่เห็นจริงๆ เพราะว่าบนเวทีมันชุลมุนมากๆ คุณชายก็ รรรร สุดๆแอบไปป้วนเปี้ยนแถวคุณหนูบ่อยครั้งมากกก(ไม่สิ!เรียกว่าตัวติดกันตลอดเลยดีกว่า วนเวียนอยู่แถวนั้นบ่อยมากก)

เลยทำให้บ่าวแต่ละคนสูดอ๊อกซิเจนทางจมูกเพื่อที่จะกรี๊ดดดออกมาไม่ทัน ถึงขั้นต้องพึ่งรูหูและรูขุมขนทางร่างกายเข้ามาช่วยหายใจเพื่อกรี๊ดดดการณ์นี้กันโดยเฉพาะเลยทีเดียว กร๊ากกกส์!!

จากนั้นช่วงเวลาหลายสิบนาที ที่คุณชายยืนวนเวียนเนียนได้ตลอด แม้กระทั่งที่สื่อมวลชนที่กำลังสัมพาสคุณหนูอยู่ ก็แอบเนียน รรรร ไปด้วย คุณชายของเรานี่สุดยอดแห่งความเนียน+รรรร จริงๆ อิอิ

สุดท้ายพอทีมงานคาดว่าผู้ชมที่เอาช่อดอกไม้และของขวัญของฝากมาให้นักแสดงกันครบถ้วนแล้ว

ก็เลยรีบปิดผ้าม่าน ปิดฉาก แล้วพวกนักแสดงก็ไป Meet&Greet กับแฟนคลับกันต่อ

แล้วพวกเราก็ได้ข่าวมาว่า ทีมงานเขาจะปล่อยให้นักล่าฝันออกมาทักทายกับแฟนคลับที่ลานจอดรถได้ออกมาทีละคน เป็นสักพักๆ หลังจากนั้นก็จะให้นักล่าฝันกลับเข้าไปเพื่อที่จะมีปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จกันต่อ!อะจึ๊ยส์!!

(แล้วทำไมจะต้องมาอาจึ๊ยส์ด้วยเนี่ย อะฮึ้ยส์!อะฮึ๊ยส์!อะคิ! อะคิ! อะคิคิ! >.<")

พวกเราก็รอกันอยู่ตรงแถวๆรถคุณหนู เนื่องจากพวกเราไม่สามารถ...ขอเน้นย้ำ!!ว่าไม่สามารถจริงๆ!!ที่จะเข้าถึงหน้าประตูทางออกมาทักทายกลับแฟนคลับของนักล่าฝันได้

และแล้วทีมงานก็ปล่อยนักล่าฝันออกมาทีละคนกลับทีละคน จนมาถึง....พี่น๊าทททททททททททททททท!!

ซึ่งพี่นัทออกมาทีเล่นซะัหลายคนกรี๊ดดดกันจนจะเป็นลมกันกลางลานจอดรถเลยทีเดียว

แล้วเผอิญว่ารถของพี่นัทมาจอดอยู่ด้านหน้ารถ Snow White ของคุณหนูที่พวกเรายืนรอคอยกันอยู่พอดี

ผมเลยแอบใช้วิชานินจา ซึ่งแอบเรียนมาจากอิตี๋(กล้าพูดดดดด...)ย่องเนียนๆจนเข้าถึงตัวพี่นัทได้

แบบว่าพี่นัทไม่สามารถทันตั้งตัวได้จริงๆว่า ออกมาก็โดนกระชากวิญญานไปเลยทันที เอิ๊กกกส์

ทีก็สะกิดพี่นัทแบบว่าสะกิดรัวมากๆๆเพราะว่าแขนพี่นัทนิ่มแล้วเด้งเท่สรวดดด ยิ่งกดยิ่งมันนส์ มันส์ยิ่งกว่าเล่นเกมกดตามตู้หยอดเหรียญอีกกร๊ากกกกส์!!

และแล้วพี่น๊าททก็หันมาาา ทีก็เลยบอกว่า พี่นัทขอถ่ายรูปหน่อยครับบ

พี่นัทก็เลยอ๋อ...ครับ^^ แล้วก็ถ่ายคู่กับที....แต่แล้วววววว!! พี่นัทก็ถึงขั้นจะเป็นลมกันเลยทีเดียว กับภาพที่เห็นก็คือ

กล้องประมาณ 17 ตัว(เยอะมาก) ที่ยืนเรียงอยู่ในระนาบเดียวกัน อยู่ฝั่งตรงข้าม ยืนเรียงกันเป็นระนาบจริงๆ ถ่ายพร้อมๆกัน ทำให้พี่นัทงงเป็นไก่ตาแตกมากๆ ว่าตกลงตรูควรจะมองกล้องไหนดีเนี่ย กร๊ากกกกกส์

ฮามากๆๆๆ พี่นัทหมุนหน้าให้กล้องไำม่ถูกเลยทีเดียว บรรยากาศตอนนั้นได้บรรยากาศเหมือนโดนปาปารัสซี่ถ่ายรูปมากกกก หรืออีกบรรยากาศนึงเหมือนบรรยากาศทาทา-เปรมแถลงข่าวหมั้นกันเลยทีเดียว

กริซๆๆๆๆม่ายอาวววว ม่ายปู๊ดดดดๆๆๆ เขิลลลๆๆๆ อายเท่สรวดๆๆๆๆ บ้าๆๆๆกริซๆๆๆๆ(พูดเองเขิลเองอายเอง ตอนนี้นั่งตัวงอกลมดิ้นไปดิ้นมาแล้ว กริซซ งิงิ!!)

ว่าแล้วพี่นัทก็กลับเข้าไปในห้องเพื่อเตรียมปาร์ตี้ต่อ พวกเราก็รอคุณหนูุคุณชายกันไปสักพัก อิตี๋ก็ออกมา...

ซึ่งก็มีแฟนคลับกำลังรุมล้อมปิดทางอยู่หน้าประตู ซึ่งเหมือนๆว่าอิตี๋จะสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นการล่าเหยื่ออันรุนแรงจากภายนอกวงหน้าประตู ถึงขนาดไม่กล้าแม้แต่จะขยับ เดินออกมาทางทีเลยทีเดียว เอิ๊กกกส์(สงสัย

เราจะแผร่รังสีความปรารถนาอันแรงกล้าจัดมากเกินไป เอิ๊กๆๆ)

ด้วยความที่ว่าทีเป็นเด็กดีชอบใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในการระหว่างรอคุณหนูคุณชาย เราจึงต้องทำประโยชน์ให้แก่สังคมด้วยการไปถ่ายรูปกับอิตี๋(เอ้า!...เกี่ยวกันมั้ยก็ไม่ยู้ววว แต่ที่รู้มาเกี่ยวกันมะะะ เอ้อ!!(เพลงลิ

เดียได้อีก อิอิ))

แต่ทำยังไงก็ไม่สามารถจะเข้าถึงอิตี๋ได้จริงๆเพราะว่าแฟนคลับอิตี๋เยอะมากมายล้นหลามมากกก ระหว่างนี้เจอกับพี่แฟนคลับตี๋คนนึง เค้าก็บอกทีมาว่าน้อง น้องเป็นแฟนคลับลูกโป่งใช่มั้ยคะ ทีก็อ๋อใช่คร้าบบบ^^(เค้าคง

สงกะสัยว่าไฉนถึงมาลัลล้าสไลด์ดมแถวนี้อิอิงิงิ)

แล้วพี่เค้าก็เลยบอกว่าเนี่ย ฝากบอกลูกโป่งหน่อยสิว่าพี่อะชอบลูกโป่งมากๆๆ แต่ไม่ได้แสดงตัว แต่ตามอ่านเว็บติดตามลูกโป่งตลอดเลย ฝากให้กำลังใจคุณหนูหน่อยนะคะ ทีก็อ๋อโอเคได้ครับ แล้วทีก็บอกเค้าไปว่า ปลื้ม

ใจมากๆมีแฟนคลับคนอื่นมาชอบลูกโป่งด้วย อิอิ ^^ พี่เค้าก็ยิ้มๆ

ทีนี้ทีก็เริ่มวางแผนต่อไปว่าจะทำยังไงถึงจะฝ่าด่านปราการอันยิ่งใหญ่ไปได้

หืมมม...หรือสงสัยจะต้องใช้ท่าไม้ตายสุดท้ายยย เอ้าใช้ก็ใช้ฟะ!!

ทันใดนั้นเอง ทีดูดพลังลมจากทั่วทุกทิศทั้งหมด เรียกเสียงตี๋ออกมาแบบมีศิลปะมากๆ(เลียนเสียงมาจากลิงเพศเมียชนิดหนึ่ง)

.....ติ...ตี...ตี...ตี๋ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....อิ๊!!

...ต๊ะ...ต๊ะะ...ต๊ะะ....ตี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....อิ๊!

เสียงอันแสบหูอันน่าชวนปวดหูนั้นก็แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายความชุลมุนวุ่นวายได้ กริซซซซ!!

งั้นต้องบุกสถานเดียวแล้ว ณ จุดจุดนี้!! ก็เลยใช้วิชาแหวกวงล้อม ฝ่าเข้าไปจนถึงแล้วในที่สุดก็สามารถถ่ายรูป Take a photo กับอิตี๋จนได้ โดยเจ้าของภาพงานศิลป์ีที่สามารถถ่ายรูปครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ได้นั่นก็คือ.....

ป้าวัลนั่นเองคร้าบบบ!! โดยผลงานศิลป์(ภาพที่ทีถ่ายรูปกับอิตี๋)ชิ้นนี้ จะถูกตั้งชื่อผลงานว่า "ความเวิ่นเว้ออยู่ที่ไหน ความสำมะเหร็จอยู่ที่นั่น!!"

ถือว่าเป็นอีกผลงานหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวคฤหาสน์ทุกคนจริงๆ!!(เอิ๊กกกกส์ กร๊ากกกกส์ ยังจิกล้าพูดๆ)

...และแล้วหลังจากที่พวกเราได้ใช้เวลาให้มีประโยชน์(กันอย่างเต็มที่แล้ว)

ในที่สุดคุณหนูววววกับคุณชายยยย ก็ออกมาจากประตู พวกเราก็กรี๊ดดดดส์กันชุดหย่ายยยย ว่าของเค้าแรงจริง ปกติเขาปล่อยออกมาทีละคนกลับทีละคน อันนี้มาแบบแพ๊คคู่!! เริ่ดดดไฮโซววเท่สรวดดดด

พวกเราก็เิวิ่นเว้อออชื่นชมคุณหนูคุณชาย กรี๊ดดดดและตะโกนกันให้อย่างเต็มที่(จนลืมไปสนิทว่าคนทั้งลานจอดรถแก้วหูจะแตกกันหมดแล้ว เอิ๊กกกส์)

คือถ้าจะพูดตามตรงคือพวกเราเป็นกลุ่มที่ออกมา แล้วยืนคุยเสียงดังมากที่สุดในโลกแล้ว นับเป็นเอกลักษณ์ที่น่าภูมิใจแล้วควรที่จะดำรงรักษาต่อไปยิ่งยืนนานมากกกๆๆๆๆ

ชาวคฤหาสน์ก็ให้คุณหนูคุณชายเซ็นบัตรเข้าชมโจโจ้ซังกันรวมถึงภาพต่างๆที่เจ๊ฝันล้างภาพมาแจกให้พวกเราด้วย

หลังจากนั้นพวกเราก็ถ่ายรูปรวมกันกับคุณหนูและคุณชายยย

นับว่าเป็นอีกวันหนึ่งแห่งความทรงจำที่สนุกสนานมากๆๆๆและประทับใจมากที่สุดจริงๆ ><"

พอเห็นคุณหนูคุณชายก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่าคุณหนูกับคุณชาย ประสปความสำเร็จกับผลงานชิ้นนี้มากๆ คุณๆทั้งสองไม่เคยทำให้บ่าวทุกคนผิดหวังเลยจริงๆครับ ^^!!

จบ!!
« Last Edit: September 01, 2008, 08:44:42 pm by sharkboy » Logged
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

  Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC MYSQL | PHP | Valid XHTML | Valid CSS
Style Designed By HaYLaZ | Ported to SMF By cakal93